แหล่งข้อมูล

ผลกระทบที่เด็กได้รับจากการเลี้ยงดูทดแทนในรูปแบบสถาบัน

CHILDREN IN INSTITUTIONS, THE GLOBAL PICTURE

เอกสารฉบับนี้แสดงให้เห็นปัญหา “มายาคติเรื่องเด็กกำพร้า” คนจำนวนมากเชื่อว่า บ้านเด็กกำพร้า หรือสถานสงเคราะห์เด็กเหล่านี้ จัดตั้งและดำเนินการเพื่อให้ความช่วยเหลือเด็กกำพร้า ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว เด็กเหล่านี้จำนวนมากที่พ่อแม่ยังมีชีวิตอยู่ นอกจากนี้ เอกสารยังระบุรายละเอียดเกี่ยวกับผลกระทบ จากความยากจน ความพิการ การเลือกปฏิบัติ การค้าเด็ก การแสวงหาประโยชน์ การล่วงละเมิด และการทอดทิ้งเด็ก ที่มีต่อเด็กกำพร้าทั่วโลก – จัดทำโดย Lumos (มูลนิธิลูมอส)

CHILDREN IN INSTITUTIONS, THE RISKS

การเลี้ยงดูเด็กในรูปแบบสถาบันนั้นมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันในหลายประเทศทั่วโลก เช่น บ้านเด็กกำพร้า สถานสงเคราะห์เด็ก หรือบ้านเด็กอ่อน เป็นต้น ซึ่งเด็กๆที่ได้รับการเลี้ยงดูในรูปแบบสถานบันเหล่านี้ จะมีความเสี่ยงด้านพัฒนาการทางสมอง และเพิ่มโอกาสที่เด็กจะถูกทอดทิ้ง ล่วงละเมิด และแสวงหาประโยชน์ ตลอดจนความเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบในระยะยาวต่อชีวิต เอกสารของ Lumos ฉบับนี้แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับความเสี่ยงต่างๆ รวมทั้งความเสียหายที่อาจเกิดจากสถาบันนองรับเด็ก รวมทั้งแนวทางแก้ไขปัญหา

KEEPING CHILDREN OUT OF HARMFUL INSTITUTIONS – SAVE THE CHILDREN

มายาคติที่ฝังลึกที่สุด คือ เด็กต้องอยู่ในบ้านเด็กกำพร้าเพราะไม่มีพ่อแม่ ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เด็กส่วนใหญ่ที่ถูกส่งเข้าบ้านเด็กกำพร้านั้น เนื่องจากพ่อแม่ไม่สามารถให้การเลี้ยงดู หรือขาดแคลนปัจจัยพื้นฐานในการเลี้ยงดู อาหาร เสื้อผ้า และการศึกษาแก่เด็กได้ รัฐบาลและผู้บริจาคมีความเห็นว่า การส่งเด็กเข้าสู่การเลี้ยงดูในรูปแบบสถาบันเป็นวิธีแก้ไขปัญหาอย่างตรงไปตรงมาที่สุด อย่างไรก็ตาม รายงานฉบับนี้นำเสนอแง่มุมใหม่ของการเลี้ยงดูเด็กในรูปแบบสถาบัน โดยศึกษาจากหลักฐานล่าสุดถึงโทษภัยที่เด็กอาจได้รับจากการถูกเลี้ยงดูโดยสถาบันเหล่านี้ โดยรายงานเสนอแนะว่า ควรมีการแทรกแซงเพื่อช่วยเหลือเด็ก ให้ยังอยู่ในครอบครัวและชุมชนเดิมของตน และใช้การเลี้ยงดูเด็กในรูปแบบครอบครัว หรือชุมชน สำหรับเด็กที่ไม่อาจได้รับการดูแลโดยครอบครัวตนเอง รายงานฉบับนี้เป็นผลงานร่วมกันของ Save the Children UK และ Save the Children Child Protection Initiative.

บ้าน (HOME COMIC BOOK)

ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จำเป็นต้องพัฒนางานสังคมสงเคราะห์ เพื่อช่วยให้ครอบครัวมีทางออกที่เหมาะสมแทนการทอดทิ้งเด็ก โดยการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ครอบครัว และส่งเสริมคุณค่าการได้อยู่ร่วมกันของครอบครัว มากกว่าการบริจาคเงินให้สถานสงเคราะห์ไปเลี้ยงดูเด็ก

 

แม้ว่าหนังสือเล่มนี้จะแปลจากเรื่องราว แต่ก็สะท้อนความจริงที่เกิดขึ้นในอีกหลายๆประเทศ รวมทั้งประเทศไทย จากเรื่องนี้จะเห็นว่า ตัวเด็กเองมิได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น หรือร่วมตัดสินใจใดๆ เกี่ยวกับชีวิตของตนเลย หนังสือนี้เป็นเสมือนตัวแทนที่บอกเล่าความรู้สึกนึกคิดของเด็กๆ ที่เราอาจละเลยหรือไม่เคยรับฟังมาก่อน

เอกสารและแหล่งข้อมูลของสหประชาชาติ

แนวปฏิบัติด้านการเลี้ยงดูทดแทนสำหรับเด็ก แห่งสหประชาชาติ (U.N. GUIDELINES FOR ALTERNATIVE CARE OF CHILDREN)

เด็กที่ไม่สามารถรับการเลี้ยงดูโดยพ่อแม่ได้ ควรจะมีโอกาสได้เติบโตในสภาพแวดล้อมของครอบครัวที่มีความรักความเอาใจใส่ และมีสิทธิในด้านต่างๆ ครบถ้วน คณะกรรมการสิทธิเด็กแห่งสหประชาชาติมีข้อกังวลเกี่ยวกับสิทธิของเด็ดดังกล่าว จึงได้กำหนดแนวปฏิบัติด้านการเลี้ยงดูทดแทนขึ้น มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิผลในการคุ้มครอง และเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กที่ไม่ได้หรือเสี่ยงต่อการไม่ได้รับการเลี้ยงดูโดยพ่อแม่

 

ในแนวปฏิบัติฯนี้อธิบายว่า ในกรณีใดจึงมีความจำเป็นที่ดำเนินการให้เด็กบางคนต้องแยกออกจากพ่อแม่ และทางเลือกใด ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของเด็กแต่ละคนที่แตกต่างกัน

การศึกษาทบทวนด้านการเลี้ยงดูทดแทนในประเทศไทย พ.ศ.2558 (UNICEF REVIEW OF ALTERNATIVE CARE IN THAILAND 2015)

วัตถุประสงค์ของงานศึกษาชิ้นนี้คือเพื่อแสดงข้อมูลเกี่ยวกับเด็กที่อยู่ในการเลี้ยงดูทดแทนรูปแบบต่างๆ ในประเทศไทย รวมถึง กฎหมาย และนโยบายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เพื่อการวางแผนและกำหนดกลยุทธ์ งานเลี้ยงดูทดแทนที่มีประสิทธิภาพ และในขณะเดียวกัน ยังมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นหลักฐานที่ใช้อ้างอิงข้อค้นพบและข้อเสนอแนะในระดับสากล ในประเด็นการเลี้ยงดูทดแทนสำหรับเด็ก

เป้าหมายประการหนึ่งของเว็บไซต์นี้คือเพื่อนำเสนอข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้แก่ผู้อ่านชาวไทย หากท่านมีรายงานหรือเอกสารข้อมูลที่เกี่ยวข้องในภาษาไทย โปรดติดต่อเรา เพื่อนำขึ้นเว็บไซต์

เครื่องมือเพื่อใช้ดำเนินการต่อไป

MOVING FORWARD – IMPLEMENTING THE GUIDELINES

MOVING FORWARD ได้ให้แนวทางปฏิบัติในการจัดการเลี้ยงดูทดแทนให้แก่เด็ก

โดยมุ่งเน้นข้อพิจารณาเกี่ยวกับการกำหนดนโยบาย โดยรัฐบาลในประเทศควรเป็นผู้นำ และกำหนดตัวอย่างว่าได้ดำเนินการอย่างไรบ้างเพื่อให้นานาประเทศรับรู้

MAKING DECISIONS FOR THE BETTER CARE OF CHILDREN

กลไกป้องกันเด็กเข้าสู่การเลี้ยงดูทดแทนโดยไม่จำเป็น คือ การตัดสินใจ โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดต่อเด็กในภาวะเสี่ยงจะไม่ได้รับ หรือไม่ได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อแม่แล้ว กลไกป้องกันดังกล่าวเป็นขั้นตอนเพื่อให้มั่นใจว่า จะใช้การเลี้ยงดูทดแทนกับเด็กเฉพาะกรณีจำเป็น และเด็กจะได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม และตรงต่อความต้องการของเด็กแต่ละคน เนื่องจากมีเด็กนับล้านคนทั่วโลกที่ไม่ได้รับสิทธิในการรับการเลี้ยงดูอย่างเหมาะสม กลไกป้องกันเด็กเข้าสู่การเลี้ยงดูทดแทนโดยไม่จำเป็นนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่มีรายได้สูง-ต่ำ หรือรายได้ปานกลาง หรือไม่ว่าจะเป็นประเทศมั่นคงหรือมีความเปราะบาง กลไกดังกล่าวได้ถูกวิวัฒนาการจนเป็นประเด็นสำคัญสำหรับผู้มีหน้าที่ให้การดูแลและปกป้องคุ้มครองเด็ก ตลอดจนผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบให้เกิดการปฏิบัติตามมาตรฐานสากลเกี่ยวกับสิทธิเด็กไปใช้ปฏิบัติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรฐานสากลที่ปรากฏอยู่ในอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก และแนวปฏิบัติด้านการเลี้ยงดูทดแทนสำหรับเด็ก ที่ได้รับการรับรองจากสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในปีพ.ศ. 2552

IN OUR LIFETIME

ด้วยความร่วมมือกันจากทุกฝ่าย  ก็จะช่วยยุติการเลี้ยงดูทดแทนในรูปแบบสถาบันได้ทั่วทั้งโลกภายในปี พ.. 2593 (ค.ศ.2050)

ผู้บริจาคมีส่วนสำคัญในการยุติการเลี้ยงดูทดแทนในรูปแบบสถาบันเพื่อให้เกิดผลจริง และมีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับฝ่ายผู้ไม่ต้องการให้มีการปฏิรูปเปลี่ยนแปลง รายงานฉบับนี้มุ่งเสนอข้อมูลแก่ผู้บริจาคเพื่อทบทวนการตัดสินใจ ให้เงินสนับสนุนการเลี้ยงดูเด็กเชิงสถาบัน  สถาบันเหล่านี้เป็นอันตรายต่อสุขภาวะ  พัฒนาการและโอกาสในชีวิตของเด็กในอนาคต รายงานฉบับนี้เชิญชวนให้ผู้บริจาคศึกษาทำความเข้าใจ เพื่อให้มั่นใจว่าเงินบริจาคนี้  ถูกนำไปใช้เพื่อ   เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ครอบครัวด้วยการเสริมสร้างบริการชุมชนในด้านต่างๆ แทนการให้เงินเพื่อสนับสนุนสถานสงเคราะห์เด็ก

FAMILIES, NOT ORPHANAGES

รายงานฉบับนี้มุ่งเน้นที่ประเทศที่มีรายได้น้อย โดยศึกษาความไม่สอดคล้องกัน ระหว่างความต้องการของเด็กและ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ตลอดจนผลกระทบระยะยาวที่เกิดขึ้นจากการเลี้ยงดูทดแทนในรูปแบบสถานรองรับ หลักฐานต่างๆ ที่แสดงในรายงานฉบับนี้ ชี้ชัดว่ามีจำนวนบ้านเด็กกำพร้าเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาความขัดแย้ง การพลัดถิ่น โรคเอดส์ และปัญหาความยากจนที่เพิ่มสูงขึ้น หรือปัญหาเหล่านี้ที่รวมกัน รายงานนี้ศึกษาหลักฐานต่างๆ เกี่ยวกับเหตุผลที่เด็กถูกส่งเข้าสถานรองรับ ตลอดจนผลกระทบที่เกิดขึ้น รวมถึงต้นทุนของการเลี้ยงดูเด็กในสถานรองรับเมื่อเทียบการเลี้ยงดูแบบอื่น นอกจากนี้ยังอธิบายถึงลักษณะการเลี้ยงดูทดแทนในรูปแบบอื่นๆที่ดีกว่า เพื่อเป็นทางเลือกและข้อเสนอแนะ ต่อผู้มีอำนาจในการกำหนดนโยบาย

การพึ่งพิงสถาบันในประเทศไทย

วิกฤติที่มองไม่เห็น (A Hidden Crisis): สถานสงเคราะห์เด็กเอกชนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นจากข้อมูลการศึกษาวิจัยในปี พ.ศ. 2559 และ 2560 โดยประมาณการจำนวนสถานรองรับเด็กเอกชน ที่ไม่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย

สถานรองรับเด็กเหล่านี้เป็นที่พักพิงของเด็กหลายพันคนในประเทศไทย โดยไม่มีการกำกับดูแลจากภาครัฐ การดำรงอยู่ของสถานรองรับเด็กนอกกฎหมาย จำนวนมากเหล่านี้ เป็นเครื่องยืนยันว่าประเทศไทยยังมีภารกิจที่ต้องดำเนินการอีกมากเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กเหล่านี้ ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก และแนวปฏิบัติในเรื่องการเลี้ยงดูทดแทน

มายาคติต่อ “บ้านเด็กกำพร้า” ในประเทศไทย (EXPLORING THE “ORPHANAGE MYTH” IN THAILAND)

รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นจากการสัมภาษณ์เด็ก 605 คนในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2557 โดยมุ่งศึกษาสถานการณ์เด็กและสถานสงเคราะห์เอกชน 18 แห่ง ในอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

รายงานดังกล่าว ยังศึกษาถึงเหตุผลที่เด็กจำต้องเข้าสู่สถานสงเคราะห์และศึกษามาตรฐานการเลี้ยงดูเด็กของสถานสงเคราะห์แต่ละแห่ง

เด็กร้อยละ 90 ยืนยันว่า อย่างน้อยพ่อหรือแม่ของตนยังมีชีวิตอยู่ เด็กส่วนใหญ่ระบุว่า ความยากจน หรือผลที่เกิดจากความยากจนนั้น เป็นสาเหตุที่สำคัญที่ทำให้เข้าสู่สถานสงเคราะห์เด็ก รายงานยังระบุว่าสถานสงเคราะห์เด็กเหล่านี้ ยังมีคุณภาพการดำเนินงานแตกต่างอย่างมากจากแนวปฏิบัติที่ดี ซึ่งกำหนดไว้ใน “แนวปฏิบัติการเลี้ยงดูทดแทน”

กฎหมายและรายงานของรัฐบาลไทย

พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546

นายพรชัย ด่านวิวัฒนา กระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้จัดทำคำแปลภาษาอังกฤษของพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 และนางสาว Ramaimas Warjorvaara เป็นบรรณาธิการคำแปล ภายใต้ องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ  ประจำประเทศไทย ในเดือนมีนาคม 2547

รายงานศึกษาการปฏิบัติต่อเด็กรายกรณีของสถานสงเคราะห์เด็กเปรียบเทียบกับแนวปฏิบัติด้านการเลี้ยงดูทดแทนสำหรับเด็ก ของสหประชาชาติ : กรณีศึกษาสถานสงเคราะห์เอกชนที่จดทะเบียนในจังหวัดเชียงใหม่ โดยเครือข่ายสิทธิเด็กประเทศไทย (CRCCT)

แหล่งข้อมูลสำหรับอาสาสมัคร

BEFORE VOLUNTEERING – RETHINKINGORPHANAGES.ORG

คำแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นอาสาสมัคร ในการเลือกสรรงานอาสาที่เป็นที่ต้องการจริงๆ เพื่อให้การไปอาสาสมัครนั้นเป็นประโยชน์และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

7 TIPS FOR TRAVELERS – CHILD SAFE MOVEMENT

7 ข้อคิด ปกป้องเด็ก สำหรับนักท่องเที่ยว

WHY TO SAY NO – RETHINKORPHANAGES.ORG

คนส่วนใหญ่ที่ไปอาสาสมัครในต่างแดน ก็เพื่อทำงานให้เกิดประโยชน์และเรียนรู้หาประสบการณ์ในวัฒนธรรมใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม บริษัทที่ประกอบธุรกิจจัดส่งอาสาสมัครนั้นอาจต้องการสร้างประสบการณ์ “เปลี่ยนชีวิต” ให้แก่อาสาสมัครมากกว่าที่จะให้ความสำคัญเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของงานอาสาและความต้องการของชุมชน

ต่อไปนี้เป็นข้อพิจารณา เพื่อให้การหาประสบการณ์ในต่างแดนของท่าน ทำให้เกิดความแตกต่างได้อย่างแท้จริง

แหล่งข้อมูลเกี่ยวกับเด็กที่อยู่ในภาวะเปราะบาง

BUILDING FUTURES IN THAILAND

รายงานฉบับนี้จัดทำขึ้นจากการสัมภาษณ์เชิงลึกกับเด็กและผู้ปกครองที่เป็นแรงงานอพยพ บริษัทอสังหาริมทรัพย์และบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ภาครัฐในกระทรวงต่างๆ และองค์กรพัฒนาเอกชน โดยศึกษาปัญหาของเด็กที่อาศัยในสถานที่พักคนงานก่อสร้าง รวมทั้งเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาที่สามารถขยายผล เพื่อสร้างความรับผิดชอบทางสังคม จากภาคส่วนอุตสาหกรรมการก่อสร้างในประเทศไทย

เป้าหมายประการหนึ่งของเว็บไซต์นี้คือเพื่อนำเสนอข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้แก่ผู้อ่านชาวไทย หากท่านมีรายงานหรือเอกสารข้อมูลที่เกี่ยวข้องในภาษาไทย โปรดติดต่อเรา เพื่อนำขึ้นเว็บไซต์

Pin It on Pinterest

Share This